๑ วัน ทำบุญ ไหว้พระ ๙ วัด
เป็นคู่ ครอบครัว หรือ หมู่คณะ

ไหว้พระ ๙ วัด และ สักการอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม)

  • วัดกุสุมภ์ศรัทราราม
  • วัดสุทธจินดา
  • วัดพายัพ
  • วัดศาลาลอย
  • วัดศาลาทอง
  • วัดป่าสาละวัน
  • วัดธรรมจักรเสมาราม
  • วัดสรพงษ์ (อุทยานมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังสี)
  • วัดบ้านไร่

          อนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี(คุณหญิงโม) ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนครราชสีมา บริเวณถนนชุมพล ชาวบ้านที่นี่มักเรียกสั้น ๆ ว่า ย่าโม ลูกหลานจะมาสักการะกราบไหว้เป็นประจำ และเชื่อว่าการมาสักการะขอพรคุณย่าแล้วจะประสบผลสำเร็จ ส่วนใหญ่เมื่อสมดังปรารถนาก็มักจะมาแก้บนด้วยการละเล่นเพลงโคราช ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองที่เลื่องชื่อ
          ประตูชุมพลที่อยู่ด้านหลัง อนุสาวรีย์ท้าวสรุนารี เป็นประตูเมือง ๑ ใน ๔ ของจังหวัดนครราชสีมา ชาวจังหวัดนครราชสีมา มีความเชื่อว่า หากใครเดินลอดประตูชุมพล จะได้มาอยู่อาศัยในจังหวัดตลอดไป และหากคู่ชาย หญิง คู่ใดเดินลอดประตูชุมพล จะทำให้ได้แต่งงาน และใช้ชีวิตร่วมกันในจังหวัดนครราชสีมา


          วัดกุสุมภ์ศรัทราราม เป็นวัดที่ตระกูลกุสุมภ์สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา ของคุณย่าแหน กุสุมภ์ ซึ่งเป็นคุณย่าของ คุณชาญ กุสุมภ์ เจ้าของ ชญาดา การ์เด้นเฮ้าส์ แอนด์ รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ซอยวัดท่าตะโก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของโคราช และยังเป็นสถานที่คุณย่าโม ได้มาพักขณะรบกับทหารลาว และเป็นสถานที่ซึ่งท่านได้ทำการเสี่ยงทาย โดยทำกระทงปล่อยให้ลอยไปกับลำตะคลอง และอธิฐานจิตว่า หากกระทงลอยไปติดที่ใดจะสร้างวัดที่นั้น ซึ่งท่านก็ได้สร้างวัด คือ วัดศาลาลอยนั้นเอง


          ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของโคราช และยังเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญอีกวัดหนึ่ง ที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อ องค์ดำ ที่ศักดิ์สิทธิ์ชาวบ้านเชื่อกันว่าขออะไรก็จะได้ตามใจปรารถนา โดยเฉพาะความสำเร็จด้านหน้าที่การงาน การเรียน ภายในบริเวณวัดพิพิทธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ซึ่งได้จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และยังมีหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย อีกด้วย


          วัดพายัพ เป็นหนึ่งในหกวัดที่มีความเก่าแก่ของโคราช ภายในวัดพายัพ มีเสมาธรรมจักร ทำจากหินทราย ที่งดงาม และเป็นหลักเขต ที่บอกให้รู้ว่าที่นี่เป็นเขตของผู้ปฎิบัติธรรม วางอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ยกสูงเด่น ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัด วัดพายัพ มีจุดเด่น คือจะมีถ้ำจำลองที่มีหินงอกหินย้อยอยู่อย่างสวยงาม และจะมีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ไม่มีที่ไหนอีกแล้วในประเทศไทย วัดพายัพเป็นวัดแรกที่มีการจำลองพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาซึ่งท่านเจ้าอาวาสวัด ท่านได้ไปชมที่ประเทศอินเดียแล้วนำมาเผยแพร่ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปอีกองค์ที่น่าศึกษา ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปอยู่จำนวนหนึ่ง มีทั้งใหม่และที่เป็นของเก่าที่ทางวัดได้เก็บรักษาไว้


          วัดศาลาลอยนั้นก็ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของตัวเมืองโคราช อ.เมือง ติดกับ ลำตะคอง ซึ่งไหลลงสู่ แม่น้ำมูล เป็นวัดที่มีพระอุโบสถ แบบผสมผสานระหว่างศิลปใหม่และศิลปอยุธยา เป็นลักษณะศิลปประยุกต์ มีพระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี และพระอุโบสถหลังใหม่ ก็เป็นลักษณะ ศิลปะไทยประยุกต์ โดยสร้างเป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมือง คือใช้กระเบื้องดินเผาด่านเกวียน วัดนี้ได้รับรางวัลดีเด่นแนว บุกเบิกอาคารทางศาสนา ส่วนภายในอุโบสถนั้น ก็จะมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร หรือปางห้ามญาติ พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้น มีประตูเดียว และด้านหน้า ก็จะมีบานประตูโลหะรมควัน และที่บานประตูทั้งภายใน และภายนอกจะเป็น ภาพเล่าเรื่อง เวชสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ ความสำคัญของวัดนี้ คือ เป็นวัดที่คุณย่าโม ได้เสี่ยงกระทงลอยมา และเสี่ยงทายว่าถ้าไปหยุดที่ใดจะสร้างวัดที่นั่น แล้วจึงสร้างขึ้นที่นี่และใช้ชื่อว่า วัดศาลาลอย และที่นี่เป็นสถานที่บรรจุอัฐิคุณย่าโม ชมการเล่นเพลงโคราชแก้บนคุณย่า (บางวันก็อาจจะมีคนมาแก้บนบางวันอาจไม่มี) แล้วเข้าไปไหว้พระที่ศาลามหาบูรพปรมาจารย์แพทย์ใหญ่ ชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นแพทย์ของพระพุทธเจ้า จะมีวิธีการแนะนำการรักษาโรคด้วยการกำหนดจิต โดยนำผลไม้มาน้อมนมัสการแล้วนำกลับไปรับประทานจะหายจากโรคที่เป็นอยู่


          วัดศาลาทอง ตั้งอยู่บ้านหัวทะเล ตำบลหัวทะเลอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาเป็นวัดราษฎร์ วัดศาลาทองเป็นวัดธรรมยุติ เก่าแก่ เดิมบริเวณวัดเป็นป่าทึบ และมีพระพุทธรูปนั่งองค์ใหญ่ ปางป่าเลไลย์ทำจากหินอายุนานกว่าพันปี ซึ่งชาวบ้านค้นพบตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาจึงได้สร้างพระอุโบสถครอบไว้ ในวัดนี้เดิมมีพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากเชียงตุง 4 องค์ ต่อมาอีก 2 องค์ ถูกอัญเชิญไปบรรจุในเจดีย์ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯปัจจุบันเหลือพระบรมสารีริกธาตุเพียง 2 องค์ จึงได้สร้างพระเจดีย์องค์ใหญ่ครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ในทุกๆปี จะมีเทศกาลตรุษสงกรานต์ได้มีพิธีไหว้พระพุทธรูปเป็นประจำวัดนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มากชาวบ้านเชื่อว่าหญิงใดที่ ต้องการบุตรให้มากราบขอบุตรได้ ส่วนใหญ่จะขอสำเร็จจึงมีความเชื่อถือกันช้านาน


          วัดป่าสายธรรมยุติวิปัสสนาธุระ มีต้นไม้ใหญ่โตสวยงาม เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเก็บพระอัฐิธาตุของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สิงห์ และหลวงพ่อพุธ ภายในบริเวณวัด มี "บุรพาจารย์เจดีย์ฯ" ซึ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นปูชนียสถานที่พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงคุณธรรม คุณงามความดีของหลวงพ่อพุธ ฐานิโยและบูรพาจารย์ ซึ่งเป็นพระสุปฏิปันโน ได้แก่ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ,หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ,หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม รูปทรงของเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังศิลปะอีสานตอนล่างแสดงลักษณะท้องถิ่น สูง 25.43 เมตร ซึ่งหมายถึงปี พ.ศ.2543 เป็นปีที่ก่อสร้าง ฐานกว้าง 41.16 เมตร ปลียอดรูปแปดเหลี่ยมบุทองคำแท้ 100% ปลายสุดมีฉัตรทอง 5 ชั้นประดับอยู่ ยอดเจดีย์ต่ำลงมามีมุขประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ทิศ หลังองค์พระเป็นช่องว่าง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและของรักษาของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ชั้นล่างสุดเป็นห้องปฏิบัติธรรมเรียนวิปัสนา และมีตู้คอมพิวเตอร์สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้คำสอนของหลวงพ่อพุธฯ ชั้นที่สองเป็นห้องประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ฐานระดับรองลงมามีรูปปั้นหุ่นขี้ผื้งหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ,หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ฐานระดับรองลงมาอีกเป็นรูปปั้นหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม และพระอาจารย์พร สุมโน ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย และฐานระดับต่ำลงมาคือ รูปปั้นหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ที่ผนังด้านในเจดีย์ทางขวามือจะมีช่องแสดงเครื่องอัฐบริขารของหลวงพ่อพุธฯ ส่วนทางด้านซ้ายเป็นช่องแสดงเกียรติประวัติผลงานของหลวงพ่อพุธฯ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่


           วัดธรรมจักรเสมาราม นั้นก็ตั้งอยู่ที่บ้านคลองขวาง ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา สร้างเป็นวัดมาตั้งแต่ พ.ศ.2295 (กรมศาสนา,2524) แต่เดิมคงจะเคยเป็นวัด หรือศาสนสถานในสมัยทวารวดี "พระพุทธรูปปางไสยาสน์" และ "ธรรมจักรเก่าแก่" ลักษณะเหมือนเสมาธรรมจักรที่ขุดพบที่จังหวัดนครปฐม จากการขุดค้นของกรมศิลปากร ในบริเวณแถบนี้ เคยเป็นที่ตั้งของเมืองเสมา และอาณาจักรศรีจานาคะ และมีวัตถุโบราณที่ขุดได้มี พระพุทธรูปสำริด พระพิมพ์ดินเผา ลูกปัดแก้ว แวดินเผาที่ใช้ปั่นฝ้าย จารรึกที่บ่ออีกา ธรรมจักร ที่ขุดได้ เป็นธรรมจักรคล้ายกับชิ้นที่ขุดได้ที่ จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ นอนตะแคงขวา แกะสลักหินทราย พระพักตร์ เป็นแบบศิลปะทวารวดีมี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 องค์พระพุทธรูป มีขนาดความยาวเท่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน ประมาณ11.70 เมตรพระบาทมีขนาดยาวประมาณ 1.5 เมตร ธรรมจักรหินทราย ที่ขุดพบบริเวณเบื้องหน้า พระพักตร์พระพุทธรูป มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดุมล้อ ประมาณ 31 เซ็นติเมตร เป็นธรรมจักรแบบทึบ คือ แกะสลักให้เป็นรูปซี่กงล้อ ตอนล่างของธรรมจักร มีสายสลักคล้ายหน้าพนัสบดี ธรรมจักรนี้คงจะสร้างขึ้นใน เวลาเดียวกับพระพุทธไสยาสน์ และเมืองเสมา


           หลายคนอาจเคยขับรถผ่านอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แล้วสะดุดตากับความยิ่งใหญ่อลังการของสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งใครๆ ก็เรียกติดปากว่า วัดสรพงษ์ ซึ่งคุณสรพงษ์มีความศัทธราในสมเด็จพุฒาจารย์โต จึงได้จัดซื้อที่ดินเปล่าของชาวบ้านราว 150 ไร่ จัดหล่อองค์หลวงปู่โต ซึ่งจัดได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้สร้างเป็นอุทยานมูลนิธิ เพื่อประชาชนได้เข้าชม กราบนมัสการ และไว้เป็นสมบัติของมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี อุทยานมูลนิธินี้ไม่มีวัด ไม่มีพระสงฆ์ สร้างขึ้นเพื่อให้คนที่เคารพบูชาหลวงปู่เข้าไปกราบไว้ ด้านในมีตั้งโรงทาน มีอาหารให้กินฟรีทุกวัน ตั้งแต่ตี 5 ถึงประมาณ 1 ทุ่ม นอกจากนี้ ก็มีเรื่องส่งเสริมการศึกษาของเด็ก นอกจากกิจกรรมดังกล่าว ทุกวันที่ 22 มิถุนายน ของทุกปีก็จะมีการจัดงาน รำลึกถึงหลวงปู่ สำหรับการหล่อพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ที่เชื่อกันว่าใหญ่ที่สุดในโลก ของคุณสรพงษ์นี้ เพราะมีตัวอย่างจากพระพุฒาจารย์โต ที่ในสมัยท่านมีชีวิตอยู่เคยหล่อพระ สร้างพระไว้มาก หลายจังหวัดทั่วประเทศ และเมื่อมีพระท่านหนึ่งแนะนำพระเอกตลอดกาลก็เลยยินดี


           วัดบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิอาจารย์ชื่อดังของนครราชสีมา วัดบ้านไร่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณ ปริสทฺโธ เกจิอาจารย์ชื่อดัง ในแต่ละวันมีผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมานมัสการหลวงพ่อคูณกันเป็นจำนวนมาก

ประวัติหลวงพ่อคูณ

          หลวงพ่อคูณ ถือกำเนิดที่บ้านไร่ ม.6 ต.กุดพิมาน อ.อ่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2466 (บางตำราว่าวันที่ ๔ ตุลาคม) ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน เป็นบุตรชายคนหัวปี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๓ คนคือ

๑.หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
๒.นายคำมั่ง แจ้งแสงใส
๓.นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

มารดาคือ นางทองขาว เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ก่อนตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี ๓ นางได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้านของนางและกล่าวว่า...

"เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งยังสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ เราขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป"

และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วใสสะอาดสุกว่างให้แก่นางด้วย

"ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดีต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง"

          เนื่องด้วยบุรพกรรมและสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง ๓ คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ ๖-๗ ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม ที่วัดบ้านไร่ สถานการศึกษาแห่งเดียวในหมู่บ้าน มิได้มีโรงเรียนทำการสอนเช่นในสมัยปัจจุบัน นอกจากเรียนภาษาไทยและขอมแล้ว พระอาจารย์ทั้ง ๓ ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย นับว่าหลวงพ่อคูณรู้วิชาไสยศาสตร์มาแต่เยาว์วัย หลวงพ่อคูณอุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๘๗ (หนังสือบางแห่งว่า ปี ๒๔๘๖) ตรงกับวันศุกร์ เดือน 6 ปีวอก โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ คือพระอาจารย์สุข วัดโคกรักษ์ หลวงพ่อคูณได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ

          หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา (บางตำรากล่าวว่าเมื่อบรรพชาแล้วได้เล่าเรียนกับหลวงพ่อคง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดถนนหักใหญ่ก่อน แล้ว หลวงพ่อคงจึงนำไปฝากกับหลวงพ่อแดง)หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ อย่างเคร่งครัด และทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก



สนใจร่วมไหว้พระ ๙ วัดและสักการอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี ติดต่อได้ที่ ชญาดา การ์เด้น เฮ้าส์ แอนด์ รีสอร์ท
โทรศัพท์ : 044-263474 , 044-263036 , 044-263063



จำนวนผู้เยี่ยมชม  18121  ท่าน